การออกแบบห้องนอนให้สวยถูกใจด้วยตัวเอง

การออกแบบห้องนอนให้สวยถูกใจด้วยตัวเอง

 

คุณเคยรู้สึกไหมว่า บางครั้งเรารู้สึกว่าห้องนอนของเรา เหมือนจะขาดอะไรบางอย่าง และอยากจะตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้ห้องนอนดูมีชีวิตชีวา น่าพักผ่อนก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และถึงแม้ว่าเราจะจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภายในมาออกแบบให้ ก็ดูเหมือนจะไม่โดนใจเราเอาเสียเลย… ซึ่งจริงๆแล้ววิธีการที่จะทำให้การออกแบบห้องนอนของคุณตรงใจคุณมากที่สุดคือ การที่คุณเป็นคนออกแบบห้องนอนของคุณเสียเอง   ใช่แล้วค่ะ อุ๋มไม่ได้เขียนผิด และคุณเข้าใจถูกต้องแล้ว เพราะจริงๆแล้วเพียงแค่คุณมีความรู้พื้นฐานด้านการออกแบบตกแต่งภายในเล็กน้อยคุณก็สามารถ ออกแบบห้องนอนให้สวยถูกใจคุณได้แล้ว ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคัดสรรค์สิ่งที่เรารัก แค่นี้คุณก็สามารถสร้างสรรค์ให้ห้องนอนกลายเป็นโลกส่วนตัวใบเล็กๆของคุณ ที่สร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนจากจากวันที่แสนเหนื่อยอย่างแท้จริง

                อย่างไรก็ตามในขณะที่คุณกำลังเลือก ผ้าปูที่นอน เครื่องนอน รวมถึงของตกแต่งที่คุณชอบ ก็ต้องให้ถูกหลัก 4 อย่างของการออกแบบดังต่อไปนี้คือ สี รูปแบบ Texture และ ความระยิบระยับ แค่นี้คุณก็สามารถเนรมิตห้องนอนของคุณ ให้สวยราวกับในนิตยสารได้ด้วยมือของคุณเอง   เอาล่ะเรามาเริ่มเรียนรู้หลักการพื้นฐานของการออกแบบดังนี้ค่ะ

                 สี

                มีโทนสีมากมายให้คุณเลือกเพื่อที่จะแต่งแต้มส่วนต่างๆ ภายในห้องนอนของคุณ และแน่นอนที่สุด ต้องเป็นสีที่คุณชอบ และทำให้คุณรู้สึกดี  ก่อนอื่นเราจะย้อนกลับไปสู่วัตถุประสงค์หลักของห้องนอน เรามีห้องนอนไว้เพื่อ…ให้คุณมีความสุขกับการพักผ่อนนอนหลับอย่างสุขสบายบนเตียงนอน เพื่อตื่นมารับเช้าวันใหม่อย่างสดชื่น และโทนสีสว่างน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะคุณสามารถควบคุมโทนสีโดยรวมได้ง่ายกว่า และสามารถเน้นส่วนประกอบนั้นให้เด่นขึ้นมาได้ง่าย แต่ข้อควรระวังคือไม่สว่างจนเกินไป เพราะคุณคงไม่สามารถหลับตาลงได้ ถ้าหากรอบๆห้องนอนของคุณเต็มไปด้วยสีที่สว่างหรือสะท้อนแสงมากเกินไป ดังนั้นกรณีที่คุณต้องการเน้นส่วนประกอบหลักด้วยสีแนวนี้  คุณก็ควรลดความสว่างของสีที่ผนัง ,พื้น, และอุปกรณ์ เครื่องนอนลง   ถ้าหากคุณชอบห้องนอนที่ดูเงียบสงบ คุณควรใช้สีโทนกลางๆโดยอาจเพิ่มความสว่างขึ้นอีกเล็กน้อย หรืออาจใช้โทนสีน้ำเงินทึบหรือสีเขียว แล้วใช้สีครีม สีเทา หรือสีน้ำตาลเพื่อเน้นให้อุปกรณ์นั้นเด่นขึ้น แต่คุณต้องระวังในการใช้สีโทนทึบแสง เพื่อไม่ให้ห้องนอนของคุณดูมืดมนหม่นหมอง คุณอาจต้องเพิ่มความสว่างให้สีโทนนี้ขึ้นไปอีกหน่อยนะคะ  ดังนั้นแล้วถ้าหากสีที่คุณชอบเป็นแนวโทนสีทึบแสงคุณอาจต้องใช้  แนวสีพาสเทล (สีพาสเทล เกิดจากการเอาสีขาวมาผสมสีต่างๆ เพื่อลดความเข้มความสดของเนื้อสีลง ทำให้ได้ความรู้สึก อ่อนนุ่ม โรแมนติก ) ด้วยสีแนวพาสเทลอาจเป็นคำตอบสำหรับคนที่ชอบแนวโทน น้ำตาล สีดำ หรือสีเทา และจะช่วยทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย… แค่นี้คุณก็รู้วิธีในการเลือกสีให้เหมาะกับห้องนอนของคุณแล้วค่ะ

                รูปแบบ

                บางคนอาจเลือกทางเลือกง่ายๆ ในการออกแบบห้องนอนเช่น การเลือกของตกแต่งที่ใช้สีแบบทึบสนิท หรือโทนสีที่เป็นแม่สี  เลือกที่จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นโดยใช้สีสว่างที่เป็นสีเดียวกันซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวในพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องเช่น ผนัง และพื้นห้อง การเลือกอุปกรณ์ หรือ เครื่องนอน ที่ไม่ได้คำนึงถึงการตัดกันของสีเพื่อเน้นให้อุปกรณ์นั้นเด่นขึ้นมา มองไปทางไหนก็ดูกลืนกันไปเสียหมด ไม่มีอะไรที่สะดุดตา ทำให้ห้องนอนของคุณดูน่าเบื่อไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย   แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเคร่งเครียดเรื่องของรูปแบบมากเกินไป แค่ใส่ความรู้สึกที่เรียบง่าย หรือเพิ่มความคลาสสิกด้วยลวดลายต่างๆ เช่นลายจุด(Dots) ลายแถบสี(Chevrons) หรือลายดอกไม้(Florals)  หรือลวดลายอื่นที่ไม่ซับซ้อน แค่นี้ก็ทำให้ห้องนอนของคุณมีชีวิตชีวาขึ้นแล้ว  การเลือกอุปกรณ์ต่างๆก็ใช้โทนสีพาสเทลเพื่อให้สีดูสว่างขึ้นเล็กน้อยในอุปกรณ์จำพวก เครื่องนอน งานศิลปะของตกแต่งต่างๆ และผ้าม่าน แค่นี้คุณก็มาถูกทางแล้วค่ะ  ถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวสู่เสต็ปถัดไปแล้ว ก็ใช้วิธีผสมรูปแบบต่างๆเข้าด้วยกันแต่ต้องดูแล้วกลมกลืนกัน ไม่ขัดแย้งหรือแตกต่างกันมากเกินไป คุณสามารถผสมรูปแบบต่างๆเข้าด้วยกันได้เพียงแค่รูปแบบเหล่านั้นมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกันเช่น สี รูปร่าง รูปแบบ หรือไสตล์ เดียวกัน

                เมื่อคุณคำนึงถึงรูปแบบในการเลือกอุปกรณ์ตกแต่งห้องต่างๆ คุณควรทำให้ดูสนุกสนานไม่ซ้ำซาก โดยการใส่รูปแบบ อุปกรณ์ไม่กี่อย่างดังนี้

  1. เตียงนอน
  2. เครื่องนอนต่างๆ เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้านวม ผ้าคลุมเตียง
  3. พรมปูพื้น
  4. ผ้าม่าน
  5. โคมไฟ
  6. วอลล์เปเปอร์

ส่วนพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องบริเวณอื่นก็ไม่ต้องใส่รูปแบบลงไป หรือใช้แบบที่เรียบง่าย เพื่อให้ห้องดูสวยงามกลมกลืน

                Texture

                คนส่วนใหญ่เข้าใจและให้ความสำคัญกับ เรื่องของสี และรูปแบบ ในการออกแบบตกแต่งภายใน และหลายๆคนก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเกี่ยวกับ อุปกรณ์ที่เป็นสิ่งทอต่างๆ คุณลองจินตนาการถึงห้องที่มีพื้นเป็นพื้นไม้เรียบๆ ผ้าปูที่นอน หรือเครื่องนอน ที่ใช้ผ้าไหม หรือผ้าซาติน หรือผ้าฝ้ายชนิดที่ดูเงางาม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ขัดเรียบและเคลือบเงา  ทุกอย่างดูกลืนกันไปหมดไม่มีอะไรโดดเด่น โดยเฉพาะการแต่งห้อง แนวร่วมสมัย(Contemporary) แนวเรียบง่าย (Minimalist) มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้การตกแต่งห้องนอนดูจืดชืด แต่การตกแต่งห้องสไตล์อื่นก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบสไตล์การตกแต่งแบบไหน คุณสามารถใช้ผ้า หรือสิ่งทอต่างๆ หรือ Texture อื่นๆเพื่อให้ห้องนอนดูอบอุ่นขึ้น ดูสบายตา และน่าสนใจมากขึ้นโดย Texture ที่ใช้ในการตกแต่งภายในจะอยู่ในรูปแบบผ้าชนิดต่างๆ หรือแม้แต่ไม้ หรือวัสดุธรรมชาติชนิดอื่น หรือรวมถึงพื้นผิวที่ใช้การทาสีหรืองานวาดแบบต่างๆ ซึ่งจะทำให้ห้องนอนดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เราสามารถใช้วัสดุ Texture ดังในตัวอย่างดังต่อไปนี้

  1. ภาพวาดแบบติดผนังหรือการวาดบนฝาผนัง
  2. วัสดุหุ้มหัวเตียง
  3. พรมต่างๆ
  4. เครื่องนอนต่างๆ เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้านวม ขอแนะนำ ผ้าปูที่นอนโตโต้ นะคะมีหลายลายให้เลือก
  5. ผ้าคลุมเตียง
  6. หมอนอิงต่างๆ
  7. ผ้าม่าน
  8. เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผิวไม้ดิบๆ หรือโชว์ลายไม้
  9. โคมไฟ
  10. พืชพวกไม้ดอก ไม้ประดับหรือ องประกอบธรรมชาติอื่นๆ
  11. วัสดุแกะสลัก หรือ งานศิลปะประเภทเข้ากรอบอื่นๆ

                  ความระยิบระยับ (Shine)

                  เราสามารถเพิ่มความระยิบระยับให้กับห้องของเราโดยการเพิ่มวัสดุสะท้อนแสงต่างๆแต่ไม่ควรมากเกินไป ไม่ต้องถึงขนาดติดกระจกเต็มฝาผนังห้อง ซึ่งจะดูแปลกและเยอะเกินไป หรือการใช้พื้นหินอ่อนขัดมันทั้งห้อง ซึ่งที่จะให้ความรู้สึกระยิบระยับแบบนี้จะเป็นวัสดุประเภทโลหะต่างๆ กระจก หรือ แก้วต่างๆ ที่จะสะท้อนแสง และทำให้ห้องดูสว่างขึ้น ซึ่งพื้นผิวสะท้อนแสงเหล่านี้จะช่วยทำให้ห้องนอน ของคุณดูกว้างขึ้น ซึ่งวัสดุสะท้อนแสงเหล่านี้โดยปกติจะใช้ในส่วนอื่นๆของบ้านเช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นได้ดีเพราะจะทำให้บ้านดูสว่างไสวและมีชีวิตชีวามากขึ้น  แต่การนำมาใช้ในห้องนอนไม่ควรให้มากจนเกินไป

เราควรจำกัดจำนวนวัสดุที่สะท้อนแสงเหล่านี้ ในการนำมาใช้ในห้องนอนเช่น

  1. วัสดุโลหะต่างๆที่ใช้ติดผนัง
  2. กระจกติดผนัง หรือโต๊ะเครื่องแป้ง
  3. บานประตูกระจก
  4. ลูกบิดประตูโลหะขัดเงา
  5. โคมไฟโลหะสำหรับตั้งโต๊ะ หรือ ติดเพดาน
  6. นาฬิกาปลุกแบบ ดิจิตอล ซึ่งใช้วัสดุที่เป็นโลหะ
  7. กระจกหรือโลหะขัดเงา
  8. เครื่องนอนที่ถักด้วยเส้นใยโลหะ(ดิ้น) หรือให้ความรู้สึกเงางามระยิบระยับเช่น ผ้าปูที่นอนซาตินพรีเมียร์รอยัลทัช ซึ่งเป็นหนึ่งในคอลเล็คชั่น ผ้าปูที่นอนซาติน
               วัสดุต่างๆที่เป็นโลหะต่างๆ ที่คุณสามารถนำมาใช้มีตั้งแต่ ทองเหลือง บรอนซ์ เงิน หรือทอง ซึ่งการนำมาใช้ เราอาจใช้วัสดุหลายๆอย่างผสมกันตามความต้องการ แต่ข้อควรระวังในการใช้วัสดุพวกกระจก แก้ว หรือสิ่งของที่แตกง่าย คือไม่นำมาติดใกล้ๆกับเตียงนอนมากเกินไป  สุดท้ายนี้อุ๋มหวังว่าคุณจะนำความรู้ที่ได้จากบทความนี้ไปใช้ออกแบบห้องนอนให้สวยถูกใจ โดยสิ่งง่ายๆและเป็นหัวใจหลักของการออกแบบตกแต่งคือต้องใช้สิ่งของที่เราชอบในห้องของเรา โดยนำหลักการทั้ง 4 ข้อมาใช้แค่นี้ห้องนอนของเราก็จะมีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา และเราสามารถพักผ่อนในห้องนี้ได้อย่างมีความสุข