รู้จักกับผ้าชนิดต่างๆที่นำมาใช้ผลิตผ้าปูที่นอน

รู้จักกับผ้าชนิดต่างๆที่นำมาใช้ผลิตผ้าปูที่นอน


เมื่อคุณกำลังจะเลือกซื้อ ผ้าปูที่นอน มีหลายๆปัจจัยที่คุณจะต้องพิจารณา เช่น สี ขนาด และปัจจัยสำคัญอื่นๆที่คุณต้องนำใช้ในการตัดสินใจเมื่อคุณกำลังมองหาผ้าปูที่นอนในฝันของคุณ และหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเนื้อผ้า  เพราะเนื้อผ้าจะเป็นตัวบอกว่าคุณจะสัมผัสกับความนุ่มสบายระดับไหนจากผ้าปูที่นอนที่ผลิตจากเนื้อผ้าต่างๆกัน  ซึ่งแต่ละคนก็มีความหลงใหลชื่นชอบในเนื้อผ้าชนิดต่างๆไม่เหมือนกัน และคุณจะได้รู้จักกับคุณสมบัติของเนื้อผ้าชนิดต่างๆเหล่านั้นตามรายละเอียดดังนี้ค่ะ

  1. Combed cotton:  เนื้อผ้าแบบ Combed cotton ผ้าฝ้ายชนิดหนึ่งที่นำมาผ่านกระบวนการพิเศษด้วยวิธีการหวีเส้นด้ายเพื่อกำจัดเส้นด้ายที่มีขนาดสั้น และสิ่งแปลกปลอมออกไป ทำให้ได้เส้นด้ายที่เรียบและนุ่มมวล อย่างเช่นผ้าปูที่นอนซาตินพรีเมียร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์คุณภาพจากผู้ผลิต ผ้าปูที่นอนซาติน
  2. Egyptian cotton: เนื้อผ้า Egyptian cotton เป็นผ้าฝ้ายชนิดที่มีเส้นใยยาว และสามารถเจริญเติบโตได้เฉพาะในอียิปต์ซึ่งผ้าฝ้ายชนิดนี้ โด่งดังไปทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทาน ความสวยงามเนื้อผ้ามีความเงางาม ซึ่งคุณลักษณะพิเศษนี้ เนื่องมาจาก ในประเทศอียิปต์ฤดูที่เหมาะแก่การเพาะปลูกและเจริญเติบโตของฝ้าย มีระยะเวลาที่ยาวนาน จึงทำให้ผ้าฝ้ายอียิปต์ให้ความรู้สึกหรูหรามากกว่า ผ้าฝ้ายชนิดอื่น และมีราคาแพง โดยเฉพาะผ้าฝ้ายอียิปต์ทีทอด้วยความละเอียดสูง (Thread Count สูง) ซึ่งโดยปกติจะมีจำนวน 200 เส้นด้ายต่อตารางนิ้ว ขึ้นไป
  3. Flannel: ผ้า Flannel(สักหลาด) ผ้าชนิดนี้ได้จากการผสมของผ้าฝ้าย ซึ่งการวัดคุณภาพของผ้าชนิดนี้ไม่ได้วัดจาก Thread Count หรือความละเอียดในการทอผ้า แต่จะวัดจากปริมาณหรือน้ำหนักของวัสดุที่ใช้ มีหน่วยเป็นออนซ์ต่อตารางหลา ซึ่งปกติแล้วถ้ามากกว่า 4 ออนซ์ต่อตารางหลา ถือว่าเป็นเนื้อผ้าคุณภาพดี ซึ่งผ้าปูที่นอนที่ทำจากผ้าสักหลาดชนิดนี้ มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ความอบอุ่น ซึ่งนิยมใช้ในผ้าปูที่นอนสำหรับเด็ก
  4. Italian linen: ผ้าลินินอิตาเลี่ยน เป็นเนื้อผ้าคุณภาพดีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งวัตถุดิบจะเป็นฝ้ายที่ปลูกและดูแลอย่างดีที่อียิปต์ และนำมาเข้าสู่กระบวนการผลิต เนื้อผ้าคุณภาพดีในประเทศอิตาลี ซึ่งผ้าปูที่นอนที่ผลิตจากผ้าชนิดนี้ก็มีความหรูหราและราคาแพงไม่แพ้ผ้าต้น ตำรับอย่าง ผ้าฝ้ายอียิปต์เลยค่ะ
  5. Muslin: ผ้า Muslin(ผ้ามัสลิน)  ผ้าชนิดนี้มีเนื้อผ้าที่หยาบกว่าผ้าชนิดอื่น ซึ่งผ้ามัสลินนี้นิยมใช้ในผ้าปูที่นอนสำหรับเด็ก และในการซักจะทำให้ผ้าขึ้นขน และสีตกได้ง่าย และโดยปกติแล้ว ความละเอียดในการทอจะอยู่ที่ประมาณ128-140 เส้นด้ายต่อตารางนิ้ว
  6. Percale: ผ้า Percale จะเป็นผ้าฝ้ายที่ผ่านกระบวนการหวีแบบ Combed Cotton เหมือนกันแล้วนำมาทอละเอียด ซึ่งโดยปกติจะใช้ได้ทั้ง แบบผสมกับ Polyester หรือแบบผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์มีเนื้อผ้าที่นุ่มนวลกว่า และสัมผัสแล้วเนียนเรียบมากกว่าผ้ามัสลิน  และปกติแล้วจะทอที่ความละเอียดสูง 180 – 200 เส้นด้ายต่อตารางนิ้ว และเพราะว่าผ้าชนิดนี้ผสมกับ polyester ทำให้ผ้าชนิดนี้เรียบลื่นและเป็นรอยยับได้ยาก
  7. Pima cotton:  ผ้าปูที่นอน ที่ทำจากผ้าฝ้าย Pima จะให้ความรู้สึกนุ่ม และเงางาม ซึ่งฝ้าย Pima ซึ่งเป็นวัตถุดิบของผ้าชนิดนี้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศออสเตรเลีย เปรู และสหรัฐอเมริกา ในเมือง Pima อริโซนา เราอาจได้ยินชื่อทางการค้าคือ Supima ซึ่งเป็นผ้าฝ้าย Pima100% ที่ได้จากฝ้าย Pima ซึ่งปลูกและผลิตขึ้นภายในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วน Superior Pima จะเป็นผ้าฝ้าย Pima ที่มีจำนวนเส้นด้ายต่อตารางนิ้ว 200 – 300 เส้นด้ายต่อตารงนิ้ว
  8. Sateen: ผ้า sateen ทำจากเส้นใยจากธรรมชาติ และผ้าฝ้าย ซึ่งลักษณะของผ้า sateen จะคล้ายกับผ้าไหม และในการทอผ้าชนิดนี้มีความพิเศษเฉพาะตัวคือทอด้วยเส้นด้าย 4เส้น ทับบนเส้นด้ายเส้น ทำให้เนื้อผ้าที่ได้มีความนุ่มและเงางามที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว
  9. Satin: ผ้า satin เป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยหลายๆชนิด ทั้งเส้นใยขนสัตว์ ใยฝ้ายacetate polyester ใยไหม หรือวัสดุอื่นๆซึ่ง ผ้าปูที่นอนที่ผลิตจากผ้าชนิดนี้จะมีความนุ่มและเงางามเป็นพิเศษ
  10. Silk: silk(ผ้าไหม) ถือว่าเป็นผ้าที่มีความหรูหรา เงางามและนุ่มนวลมากกว่าผ้าชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นเพราะเส้นใยไหมเกิดจากการนำรังไหมมาคลี่ออก ทำให้เส้นใยที่ได้มีความยาวเป็นพิเศษได้ถึง 1,600 ฟุต และเหตุผลนี้ก็ทำให้ผ้าไหมมีความทนทานสูง ซึ่งการวัดคุณภาพของเส้นไหมใช้วิธีวัดน้ำหนักที่เรียกว่า momme weight วัดโดยนำผ้าหน้ากว้าง 45 นิ้ว ยาว 100หลา ซึ่งน้ำหนัก 2 ออนซ์ต่อ 1หลา จะเท่ากับ 12.5 momme weight และค่า momme weight ที่สูงหมายถึงเนื้อผ้าคุณภาพเนื้อผ้าที่สูงเช่นกันเพราะหมายถึงปริมาณการใช้ เส้นด้ายวัตถุดิบที่สูงเช่นกัน ซึ่งผ้าที่ใช้งานในเครื่องนุ่งห่มทั่วไปจะอยู่ที่ 8-12 momme ส่วนการนำมาผลิตเป็น ผ้าปูที่นอนจะมีน้ำหนักมากกว่านั่นคือ 16-19 momme ซึ่งการใช้งานผ้าชนิดนี้มีประวัติมายาวนานมากกว่า 3,000 ปีก่อน
             ทั้งหมดนี้ก็จะ เป็นผ้าชนิดต่างๆที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ผ้าปูที่นอน ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายชนิดดังที่กล่าวมาข้างต้นค่ะ ใครชื่นชอบความนุ่มนวลหรูหราแบบไหน ก็สามารถเลือกซื้อได้ตามความพอใจของแต่ละคนนะคะ