วิธีการซักผ้าปูที่นอนแบบถนอมสีและเนื้อผ้า


วิธีการซักผ้าปูที่นอนแบบถนอมสีและเนื้อผ้า


1. ควรเลือกใช้น้ำเย็นในการซัก ผ้าปูที่นอน โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่น(กรณีเครื่องซักผ้ามี ฟังก์ชั่นเติมน้ำอุ่น) เพราะน้ำอุ่นจะทำให้สีของผ้าปูที่นอนซีดลง (วิธีการซักแบบนี้เพื่อเป็นการถนอมเนื้อผ้าและสีของผ้าซึ่งควรใช้น้ำที่อุณหภูมิห้อง แต่ถ้าต้องการฆ่าเชื้อโรคและ ไรฝุ่นควรใช้น้ำร้อนที่อุณหภูมิเกิน 60 องศาเซลเซียส)

2.ตวง ผงซักฟอกประมาณ 1-2 ฝา(ขึ้นอยู่กับปริมาณผ้า)แล้วเทลงในช่องใส่ผงซักฟอกของเครื่องซักผ้า ข้อควรระวังคือไม่ควรใส่ผงซักฟอกมากเกินไป เพราะแทนที่ผ้าจะสะอาดจะกลายเป็นมีผงซักฟอกติดค้างอยู่กับผ้าปูที่นอนเพราะ จะใช้เวลานานขึ้นในการล้างให้สะอาด หรืออาจไม่สามารถล้างออกหมด ทำให้มีกลิ่นผงซักฟอกติดค้างอยู่มากเกินไป และอาจทำให้เกิดอาการคันขณะนอนสำหรับคนที่แพ้ผงซักฟอก

3.การเลือกว่า จะปั่นซัก แบบหนัก หรือ ปานกลาง ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ใช้ สังเกตง่ายๆจาก เมื่อใส่ผ้าปูที่นอนลงไปแล้ว ระดับของผ้าประมาณกลางถังซักก็เลือกซัก แบบปานกลาง แต่ถ้าคุณใส่ลงไปเต็มถังซักก็เลือกซัก แบบหนัก  ข้อควรระวังคือไม่ใส่ผ้าโดยกดลงไปจนแน่นเพราะจะทำให้ผ้าเคลื่อนที่ไม่ได้ เมื่อเครื่องซักผ้าทำงาน ทำให้ผ้าไม่สะอาด และตั้งเวลาในการซักประมาณ 10-15นาที แต่ในปัจจุบันเครื่องซักผ้ารุ่นใหม่มีระบบอัตโนมัติในการวัดความหนักของ เนื้อผ้า เพื่อคำนวณปริมาณการเติมน้ำ และโปรแกรมการซัก ซึ่งช่วยได้มาก ทำให้เราซักผ้าได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องโปรแกรมการซักมากนัก

             กรณีของโปรแกรมซักเราสามารถใช้โปรแกรมซักแบบธรรมดา โดยไม่จำเป็นต้องเลือกโปรแกรมซักผ้าห่ม เพื่อถนอมเนื้อผ้า และเมื่อหลังจากซักเสร็จแล้ว ในการเลือกโปรแกรมปั่นแห้ง เลือกตามชนิดของเนื้อผ้า เช่นผ้าฝ้าย หรือ ใยสังเคราะห์ เพราะเครื่องจะปั่นผ้าฝ้ายด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่าและใช้เวลานานกว่าในการทำ ให้ค่อยๆเย็นลงเพื่อป้องกันผ้ายับ ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับผ้าที่ใช้ แต่ถ้าเครื่องซักผ้าที่ใช้มีโปรแกรมปั่นแห้งอัตโนมัติก็เลือกได้เลยค่ะ ซึ่งจะใช้เวลาปั่นแห้งประมาณ 40-60นาที หรือใช้วิธีปั่นหมาดแล้วนำไปตากในบริเวณที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวก และทางที่ดีควรตากบริเวณที่แดดส่องถึงเพื่อป้องกันกลิ่นอับ และยังช่วยประหยัดพลังงานด้วยค่ะ