องค์ประกอบในห้องนอนที่ดีและการปฏิบัติตัวในห้องนอน

ลักษณะขององค์ประกอบในห้องนอนที่ดีและการปฏิบัติตัวในห้องนอน


เนื่องจากอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในห้องนอนคือ เครื่องนอนที่เราใช้อยู่บนเตียงนอนทั้งหมด เพราะว่าเครื่องนอนเหล่านี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน ดังนั้นการพิถีพิถันตั้งแต่เริ่มเลือกซื้อหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ และอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับเครื่องนอนเหล่านี้เพราะ เราต้องใช้เวลาถึง 1 ใน 3 ของเวลาทั้งชีวิตอยู่บนเตียงนอนพร้อมด้วยเครื่องนอนเหล่านี้ รู้อย่างนี้แล้วถึงเวลาที่เราต้องเอาใจใส่หรือยังคะ.. เอาล่ะ เราเริ่มกันเลยนะคะ

1.ที่นอน ควรรับน้ำหนักตัวได้ดี ไม่ควรแข็งหรือนุ่มจนเกินไปเพราะที่นอนที่นุ่มหรือแข็งจนเกินไปจะทำให้การเรียงตัวของกระดูกสันหลังอยู่ในสภาพที่ผิดปกติเป็นเวลานานในขณะที่คุณนอนจึงทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานหนัก คุณจึงรู้สึกปวดหลัง หลังจากที่ตื่นนอนแล้ว ทางที่ดีในการเลือกซื้อควรทดสอบด้วยตัวเองนะคะว่าที่นอนแบบไหนเหมาะกับสรีระของเราขนาดที่นอนมีตั้งแต่ 3ฟุต 4 ฟุต 5ฟุต และ 6 ฟุต โดยที่มีความหนามาตรฐาน เท่ากันคือ 6 นิ้วและ 8 นิ้ว ซึ่งก็จะมีการบุวัสดุที่แตกต่างกันคือ

-ฟองน้ำ ให้ความยืดหยุ่น ความนุ่ม แต่เสื่อมสภาพเร็ว

-ฟองน้ำอัด เป็นฟองน้ำผสมสารเคมีทำให้มีอายุการใช้งานเพิ่มขึ้น

-ใยมะพร้าว ให้ความแน่น ไม่บิดงอ แต่มีน้ำหนักมาก มักมีปัญหาเรื่อง ความชื้น เชื้อรา และการผุสลาย

-ยางพารา หรือฟองยาง มีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำ แต่มีกลิ่นยางรุนแรง แต่จะเสื่อมเร็วหากโดนความร้อน และยังดูดความร้อนอีกด้วยแต่มีความนุ่มที่พอดีจึงนิยมนำมาใช้ในที่นอนเพื่อสุขภาพเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง

-ใยมะพร้าวฉีดยางพารา มีความแข็งแรงและน้ำหนักเบา กว่าใยมะพร้าว

-สปริง ให้ความยืดหยุ่นสูง รับน้ำหนักได้ดี (100 กก./1ตร.ฟุต) แต่มีน้ำหนักมาก

-นุ่น ใยธรรมชาติจากต้นนุ่น ซึ่งเป็นที่นิยมมากในสมัยก่อนให้ความยืดหยุ่นดีแต่มักเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นและไรฝุ่น

ดังนั้นในการเลือกซื้อที่นอนควรศึกษาและสอบถามผู้ขายว่าใช้วัสดุอะไรบ้าง ควรหลีกเลี่ยงวัสดุที่ผุพังได้ง่าย และสะสมฝุ่นนะคะ

2.ผ้าห่ม ควรเตรียมผ้าห่มที่เหมาะกับฤดูกาลต่างๆดังนี้ค่ะ ในฤดูหนาวควรเป็นผ้าห่มนวมหนาๆที่สามารถกักเก็บความร้อนไว้ได้ดีและสร้างความอบอุ่นให้เราได้ และในฤดูร้อนควรเป็นเนื้อผ้าที่บางและสามารถระบายความร้อนได้ดี

เราสามารถจำแนกผ้าห่มตามวัสดุที่ใช้ทำมี 3ประเภทหลัก คือ ผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ ผ้าแพร และ ผ้าอะครีลิกซึ่งทำจากใยสังเคราะห์และก่อให้เกิดการแพ้ และเป็นอันตรายเนื่องจาก ติดไฟง่าย ส่วนของผ้าแพร เหมาะกับสภาพอากาศร้อน โดยที่ความนุ่มเนียนของผ้าขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื่อแพรที่มีคุณภาพแตกต่าง กันไป ผ้านวม (Comforter) ใช้ได้ทั้งเป็นผ้าคลุมเตียง และให้ความอบอุ่น โดยวัสดุที่ใช้บุ อาจเป็นนุ่น ฝ้าย หรือใยสังเคราะห์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้แพ้เกสรดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีผ้านวมแบบโบราณคือ ควิลท์(Qีuilt) ซึ่งเป็นงานฝีมือนอกจากใช้ห่มเพื่อให้ความอบอุ่นแล้ว ยังใช้เป็น ผ้าคลุมเตียง เพื่อความสวยงาม และยังเป็นการ ประหยัดอีกด้วย สำหรับวัสดุที่ใส่ ไว้ข้างใน ผ้านวม มีด้วยกัน 2 ชนิด คือ วัสดุธรรมชาติ ได้แก่ พวกฝ้าย หรือนุ่น และวัสดุประเภทเส้นใยสังเคราะห์ ผ้านวม ที่ทำจาก วัสดุธรรมชาติ จะมีราคาถูกกว่า วัสดุประเภท เส้นใยสังเคราะห์ แต่เส้นใยสังเคราะห์ จะเหมาะ สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือผู้ที่แพ้ เกสรดอกไม้ และยังซักง่ายอีกด้วย ก่อนการตัดสินใจซื้อ ควรสำรวจว่า วัสดุที่อยู่ในผ้านวม เป็นชนิดเดียว กับที่ต้องการ หรือเปล่า โดยให้ดูได้ จากป้ายสินค้า ขนาดมาตรฐาน ที่มีขาย อยู่ในเมืองไทย มี 2 ขนาด คือ 90 x 108 นิ้ว และ 72 x 90 นิ้ว

3.หมอน ควรเลือกรูปทรงและขนาดให้เหมาะกับสรีระและวัยของผู้ใช้ ที่สำคัญคือต้องสามารถรองรับคอและศรีษะได้พอดี และไม่ควรเลือกหมอนที่ใช้วัสดุพวกนุ่นและขนสัตว์ เพราะจะเป็นที่อยู่ของเชื้อราและไรฝุ่น ควรเลือกใช้หมอนที่ใช้วัสดุสังเคราะห์ในการทำใส้หมอน

3.ผ้าปูที่นอน ควรเลือก ผ้าปูที่นอนที่มีความละเอียดของการทอที่สูงในระดับหนึ่ง เพราะผ้าที่ทอด้วยความละเอียดสูง (จำนวนเส้นด้ายต่อตารางนิ้วสูง) ก็จะเพิ่มความทนทานและมีความรู้สึกเรียบ นุ่มนวลและรู้สึกสบาย และป้องกันฝุ่นเกาะติดได้ในระดับหนึ่ง หรือจะเลือกเป็น ผ้าปูที่นอนที่เคลือบสารกันฝุ่นก็ได้ซึ่งจะป้องกันไรฝุ่นด้วย

4.ชุดนอน ควรเลือกชุดนอนที่มีลักษณะโปร่งสวมใส่แล้วสบายไม่บีบรัดร่างกายแน่นจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ควรซับเหงื่อได้ดี ส่วนกรณีช่วงที่อากาศเย็นหรือหน้าหนาว  ควรใช้ชุดนอนที่เป็นผ้าเนื้อหนา และควรสวมถุงมือถุงเท้า หมวก หรือผ้าพันคอตามความเหมาะสมเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย

การปฏิบัติตัวก่อนนอน


          1.ตรวจดูความเรียบร้อยของห้องนอน เช่น ปิดประตูปรับความกว้าง ของหน้าต่างในห้องนอน(กรณีที่ไม่ใช้ระบบปรับอากาศ) ให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงการระบายอากาศ และทิศทางลมตอนกลางคืน

          2.ทำภาระกิจส่วนตัวให้ เรียบร้อย เช่น ปัสสาวะก่อนนอน เพื่อจะได้ไม่ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบ่อยๆ และชำระร่างกายให้สะอาดก่อนนอน จะได้รู้สึกสดชื่นและป้องกันไม่ให้ ที่นอนของคุณสะสมคราบเหงื่อหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วซึ่งจะเป็นอาหารของ ไรฝุ่น

          3. เตรียมน้ำสำหรับใช้ดื่มในตอนเช้า หลังจากตื่นนอน เพราะว่าร่างกายจะสูญเสียน้ำในกระบวนการคัดกรองและขับถ่ายของเสียออกจากกระแสเลือด ดังนั้นควรดื่มน้ำทดแทนประมาณ 1-2 แก้วหลังจากตื่นแล้วทันที ซึ่งหากเป็นน้ำอุ่นได้ก็ยิ่งดี

          4.ปูที่นอนรวมทั้งปัดกวาดฝุ่นที่อาจเกาะบน เครื่องนอนให้เรียบร้อยก่อนนอน

          5.ไม่ควรนำอาหารเข้าไปรับประทานในห้องนอน เพราะอาจเป็นที่มาของมดแมลงสาบ และเชื้อโรคต่างๆ

          6.ไม่ควรรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำปานะอิ่มจนเกินไปก่อนนอน เพราะอาจจะทำให้เป็นสาเหตุของกรดไหลย้อน
 เนื่องจากร่างการหลั่งน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหารขณะที่นอนหลับ ซึ่งอาจทำอันตรายกับทางเดินอาหารส่วนบนได้

          ทั้งหมดนี้เป็นลักษณะองค์ประกอบสำคัญในห้องนอนของเรา รวมทั้งวิธีการปฏิบัติตัว หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณลูกค้าทุกท่านนะคะ