อันตรายจากไรฝุ่นบนผ้าปูที่นอน

วันนี้อุ๋มมีบทความดีๆมาฝากเกี่ยวกับอันตรายจากไรฝุ่น บน ผ้าปูที่นอนและชุดเครื่องนอนของเราค่ะ


                หลายคนคงไม่รู้ว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กมีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เมื่อหายใจเข้าไปในปอดจะเข้าไปอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง ในสหรัฐอเมริกาพบว่า ผู้ที่ได้รับฝุ่นในระดับหนึ่งจะทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ  และฝุ่นในบรรยากาศจะมีความสัมพันธ์กับอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยที่เป็นโรค หัวใจและโรคปอดและเกี่ยวโยงกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

               และจากผลการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ว่าฝุ่น 1 กรัม มีไรฝุ่นมากถึง 2,500 ตัว ในที่นอนหนึ่งหลัง และบางส่วนที่อาศัยตามผ้าปูที่นอน หมอน และผ้าห่ม ซึ่งมีอนุภาคของฝุ่นขนาดเล็ก 1-20 ไมครอน เป็นจำนวนมหาศาล และฝุ่นจะประกอบด้วยอนุภาคของสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งที่ไม่มีชีวิต สะเก็ดของผิวหนังที่แห้ง อนุภาคเกลือจากเหงื่อ และในที่นอน ผ้าปูที่นอน หมอน และผ้าห่ม ที่เรานอนอยู่ทุกวันอาจมีไรฝุ่นถึงหนึ่งล้านตัวอาศัยอยู่ ซึ่งอาหารของไรฝุ่น คือ เศษเซลล์ สะเก็ดผิวหนัง ซึ่งหลุดร่วงจากตัวคน เพราะโดยปกติร่างกายจะสลัดเศษเซลล์เหล่านี้วันละประมาณหลายพันล้านชิ้น ส่วนใหญ่ตกลงบนที่นอนและเกาะตัวอยู่ตามสปริงที่อยู่ภายในที่นอน ยิ่งไปกว่านั้นการที่ร่างกายขับเหงื่อในขณะที่นอนยิ่งทำให้ผ้าปูที่นอน ที่นอน และหมอนมีความชื้น เหมาะแก่การอยู่อาศัยและเจริญพันธุ์ของไรฝุ่นเป็นอย่างดี

                ข้อสังเกตง่ายๆ ว่าไรฝุ่นกำลังบั่นทอนสุขภาพของคุณหรือไม่ คือการสังเกตอาการของร่างกาย เช่น การมีโรคภูมิแพ้ ทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ ซึ่งจะทำให้ทั้งไอจาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ จนกระทั่งรุนแรงมากที่สุด คือ โรคหอบหืด สาเหตุของการแพ้ เกิดจากสารที่ปนเปื้อนมากับฝุ่น เช่น ตัวไรฝุ่น สัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านตามที่นอน หมอน มุ้ง เมื่อเราหายใจเอาตัวของมันเข้าไปก็จะเกิดอาการหอบหืดทันที
 

การป้องกันไรฝุ่น


        หลักการง่ายๆคือการป้องกันการสะสมฝุ่นภายในห้องนอน โดยกำจัดปัจจัยเสี่ยงและแหล่งสะสมฝุ่นด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

1.ไม่ควรใช้พรมในห้องนอน เพราะพรมจะสามารถเก็บอมฝุ่นเอาไว้ได้ง่าย และทำความสะอาดยาก สำหรับห้องนอนควรเป็นพื้นไม้หรือกระเบื้องยางจะดีที่สุด

2.ควรเลือกเตียงนอนแบบไม่มีขาเตียงที่ยกเตียงลอยจากพื้นด้านล่าง ซึ่งเตียงที่ดีขอบเตียงควรแนบสนิทกับพื้นห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นขังใต้เตียง เพราะจะทำความสะอาดได้ยากและเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค แต่ถ้าเตียงของเราเป็นแบบมีขาเตียงอยู่แล้ว ก็คงไม่ต้องถึงขนาดต้องเปลี่ยนเตียงใหม่นะคะ แค่ดูดฝุ่นทำความสะอาดใต้เตียงบ่อยๆหน่อยก็ได้ค่ะ

3.ไม่ควรนำตุ๊กตาไว้ในห้องนอน เพราะเส้นขนของตุ๊กตาจะอมฝุ่นได้ง่าย ถ้าหากเป็นคนติดตุ๊กตาต้องนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันก่อนถึงจะนอนหลับได้ ก็เอาเป็นว่าซักบ่อยๆหน่อยนะคะ หรือถ้าต้องการตั้งโชว์เฉยๆ ก็ควรเก็บในตู้กระจกที่ปิดมิดชิดค่ะ(แต่จริงๆแล้วพวกตู้หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ หรือสิ่งของไม่จำเป็นถ้าหลีกเลี่ยงได้ มาไว้ในห้องนอนนะคะ)

4.ควรเลือกใช้หมอนที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ และสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย  และไม่ควรใช้หมอนนุ่นและหมอนขนสัตว์ เพราะจะเป็นที่สะสมฝุ่นและความชื้นได้ง่ายและ เป็นแหล่งสะสมของของเชื้อรา

5.ไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่ทำจากผ้าประเภทที่เก็บกักฝุ่นได้ง่ายเช่น ผ้าขนสัตว์ ผ้าสักหลาด ผ้าฝ้าย ในห้องนอน

6.ควรกวาดและทำความสะอาดห้องนอนอย่างน้อยวันละครั้ง และเช็ดพื้นด้วยผ้าเปียกทุกวัน(ถ้าเป็นไปได้) หรือถ้าไม่มีเวลาก็ควรปัดฝุ่นบนที่นอนทุกวันก่อนนอน และปัดกวาดเช็ดถูบนพื้นห้องนอนทุกอาทิตย์

7.ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้มู่ลี่ที่ทำด้วยพลาสติก หรือไม้ แทนที่จะเป็นผ้าม่าน ซึ่งสามารถเช็ดถูฝุ่น หรือถอดมาทำความสะอาดได้ง่าย แต่ถ้ามีผ้าม่านแล้วก็เช่นกันค่ะไม่ถึงขนาดต้องทิ้ง แล้วซื้อมู่ลี่ใหม่นะคะ แค่ถอดไปซักทำความสะอาดบ่อยหน่อย อันนี้แล้วแต่ความขยันเลยนะคะ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

8.ถ้าหากเราเก็บเสื้อผ้าไว้ในห้องนอนไม่ควรแขวนไว้ในที่โล่งนะคะ เสื้อผ้าทุกชิ้นต้องใส่ไว้ในตู้ หรือลิ้นชักที่ปิดสนิทมิดชิดป้องกันฝุ่นไม่ให้เข้าไปได้นะคะ

9.ถ้าหากคุณกำลังต้องการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ก็มองหาประเภทที่มี ระบบไมโครแบนนะคะ อันนี้จะป้องกันสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆชนิดต่างๆ สาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจนะคะ และควรหมั่นตรวจเช็คและทำความสะอาดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่แผงกรองอากาศของ เครื่องฟอกอากาศ หรือแอร์ปรับอากาศ ภายในห้องนอนหรือภายในบ้านทุกเดือน

10.การทำความสะอาดเครื่องนอน ปลอกหมอนและผ้าคลุมเตียง ควรใช้น้ำร้อนที่อุณหภูมิมากกว่า 60 องศา และให้รีดผ้าปูที่นอน เพื่อป้องกันไรฝุ่น


11. สำหรับที่นอนยาง ฟองน้ำ หรือสปริง ควรห่อหุ้มพลาสติกที่มีซิปปิดมิดชิดป้องกันไม่ให้ไรฝุ่นเข้าไปสะสมอยู่ภายในที่นอน จากนั้นจึงปูทับด้วย ผ้าปูที่นอนที่ทำจากผ้าฝ้ายอีกครั้ง
 

12. แก้ปัญหาฝุ่นละอองที่เกาะบนผ้าปูที่นอนโดย โดยเอาชุดเครื่องนอน ชุดผ้าปูที่นอน หมอน มุ้ง ทั้งหมดไปตากแดดบ่อยๆ ตัวไรฝุ่นก็จะตายหมด และการทำความสะอาด ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนและผ้าคลุมเตียง ควรซักด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิมากกว่า 60 องศาและนำไปตากในบริเวณกลางแจ้งที่มีแสงแดดส่องทั้งวันและการระบายอากาศดี และการตากเครื่องนอนพวก ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน หรือผ้าคลุมเตียงที่มีขนาดผืนใหญ่ควรตากคร่อมราว 2 เส้น เพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น และแห้งง่าย หลังจากแห้งแล้วถ้าขยันหน่อยให้รีดผ้าปูที่นอน เพื่อให้ความร้อนทำลายเชื้อโรคและไรฝุ่น ซึ่งการซักด้วยน้ำร้อนหรือรีดผ้าปูที่นอนไม่ควรทำบ่อยเกินไปเพราะความร้อนเหล่านี้นอกจากจะทำลายเชื้อโรคได้แล้ว ก็มีผลต่อการทำลายเนื้อผ้าเหมือนกัน ควรทำสลับกับการซักด้วยน้ำที่อุณหภูมิห้อง และตากที่บริเวณแสงแดดจัดๆ ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว